ประกาศความเป็นส่วนตัว

       ๑. คำนิยาม

ภายใต้ประกาศความเป็นส่วนตัวนี้

“สสน.” หมายความถึง สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน)

“กิจกรรม” หมายความถึง แอปพลิเคชัน Thaiwater

“เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความถึง บุคคลภายนอก ผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน

“ประมวลผล” หมายความถึง การดำเนินการใด ๆ ต่อข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งรวมถึงการเก็บรวบรวม การใช้ การจัดเก็บ การเปิดเผย และการลบข้อมูลส่วนบุคคล

“ฐานการประมวลผล” หมายความถึง เหตุผลความจำเป็นในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตาม มาตรา ๒๔ รวมถึงเงื่อนไขพิเศษในการประมวลผลข้อมูลอ่อนไหวตามมาตรา ๒๖ ของพระราชบัญญัติคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒

๒. วัตถุประสงค์ของประกาศความเป็นส่วนตัว

สสน. มีสถานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งประกาศความเป็นส่วนตัวนี้ทำขึ้นเพื่ออธิบายถึงกระบวนการที่ สสน. ดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลลที่ได้รับจากการจัดกิจกรรมนี้

ทั้งนี้ หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สาม เช่น ข้อมูลของ บุคคลในครอบครัว ข้อมูลของผู้ติดต่อฉุกเฉิน และบุคคลอ้างอิง เป็นต้น ขอให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โปรดแจ้งให้บุคคลเหล่านั้นทราบถึงรายละเอียดตามที่ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวนี้ และในบางกรณี อาจมีความจำเป็นต้องขอความยินยอมจากบุคคลดังกล่าว เพื่อให้ สสน. สามารถดำเนินการประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคลของบุคคลที่สามเหล่านี้ได้

     ๓. ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม

สสน. ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจกรรมดังกล่าว ดังต่อไปนี้

  • ข้อมูลอัตลักษณ์ เช่น ชื่อ-นามสกุล เบอร์โทร อีเมล
  • ข้อมูลทางเทคนิค เช่น ชื่ออุปกรณ์ (Device Name), รุ่นของอุปกรณ์ (Device Model), ระบบปฏิบัติการ (Operating System: iOS/Android) และเวอร์ชันของแอปพลิเคชัน
  • ข้อมูลการใช้งาน ได้แก่ พฤติกรรมการใช้งานแอปพลิเคชัน เช่น สถิติการเข้าถึงหน้าเมนูต่าง ๆ หรือฟังก์ชันที่มีการใช้งานบ่อย

นอกจากนี้  สสน. จะดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลประเภทพิเศษที่มีความอ่อนไหว

ดังนี้

     ๔. วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

สสน. จะดำเนินเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลผ่านช่องทาง ดังต่อไปนี้

  • เก็บข้อมูลโดยตรงจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยการเข้าถึงแอปพลิเคชัน

     ๕. การใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในการดำเนินกิจกรรม

สสน. จะใช้ข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อการดำเนินการต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์ของกิจกรรมโดยสามารถจัดกลุ่มกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ดังต่อไปนี้

กลุ่มกิจกรรม กลุ่มข้อมูลส่วนบุคคล ฐานการประมวลผล
แอปพลิเคชัน Thaiwater •        ข้อมูลอัตลักษณ์

•        ข้อมูลทางเทคนิค

 

•        ภารกิจของรัฐ

 

สสน. จะดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้เท่านั้น กรณีที่ สสน. มีความจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์เดิม และการประมวลผลดังกล่าวไม่สามารถอ้างอิงฐานการประมวลผลอื่นได้ตามกฎหมาย สสน. จะแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบล่วงหน้าหรือขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ใหม่

     ๖. การใช้ข้อมูลส่วนบุคคลร่วมกันกับหน่วยงานภายนอก

เพื่อให้หน่วยงานภายนอกสามารถดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามหน้าที่ความ รับผิดชอบภายใต้ตามสัญญาที่ทำไว้กับ สสน. หรือเพื่อปฏิบัติตามหน้าที่ที่กำหนดไว้ตามกฎหมาย สสน. อาจมี ความจำเป็นต้องส่งหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไปยังหน่วยงานภายนอก ดังต่อไปนี้

ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องส่งหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไปยังหน่วยงานภายนอก สสน. จะดำเนินการเท่าที่จำเป็น โดยส่งหรือเปิดเผยข้อมูลให้น้อยที่สุดภายใต้หลักการของพระราชบัญญัติคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ และอาจพิจารณาใช้วิธีจัดทำข้อมูลนิรนาม (anonymisation) หรือการแฝงข้อมูล.(pseudonymisation).เพื่อเพิ่มระดับความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลนอกจากนี้ หน่วยงานภายนอกที่ดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในนาม สสน. จะต้องจัดให้มีนโยบายคุ้มครองข้อมูล
ส่วนบุคคลที่เหมาะสม

ทั้งนี้ สสน. จะไม่อนุญาตให้หน่วยงานภายนอกดังกล่าวนำข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น นอกเหนือจากที่ สสน. ได้กำหนดไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้เป็นไปตาม ข้อกำหนดของกฎหมายและการคุ้มครองสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด

 

     ๗. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ

ภายใต้วัตถุประสงค์การดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ระบุไว้ในประกาศความ เป็นส่วนตัวนี้ ยังไม่มีความจำเป็นใดที่ สสน. จะต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ไปยังต่างประเทศ

อนึ่ง สสน. จะดำเนินการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไปยัง ต่างประเทศ ก็ต่อเมื่อกรณีเป็นไปตามเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

  • ประเทศปลายทางที่รับข้อมูลได้รับการวินิจฉัยจากคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลว่า มีการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ
  • หน่วยงานต่างประเทศที่รับข้อมูลอยู่ภายใต้นโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับ การตรวจสอบและรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  • หน่วยงานต่างประเทศได้จัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสมสามารถบังคับ ตามสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ รวมทั้งมีมาตรการเยียวยาทางกฎหมายที่มีประสิทธิภาพตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด เช่น ข้อสัญญามาตรฐาน และ ประมวลวิธีปฏิบัติ เป็นต้น
  • เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อการใช้สิทธิตามกฎหมาย
  • ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้รับทราบถึง มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอของประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับ ข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว
  • เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือเพื่อใช้ ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น
  • เป็นการกระทำตามสัญญาระหว่าง สสน. กับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ของ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
  • เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล เมื่อบุคคลดังกล่าว ไม่สามารถให้ความยินยอมในขณะนั้นได้
  • เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ

     ๘. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

สสน. ได้จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสำหรับข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคล เพื่อป้องกันการเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง การเปิดเผย หรือการทำลายข้อมูลโดยไม่ได้รับ อนุญาต

ทั้งนี้ หน่วยงานภายนอกซึ่งได้รับมอบหมายให้ดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในนามของ สสน. จะต้องตกลงและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ โดยรับรองว่าจะรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล ส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามมาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่ สสน. กำหนด และดำเนินการประมวลผลข้อมูลให้สอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ เพื่อคุ้มครองสิทธิและความเป็นส่วนตัวของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด

     ๙. ระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

สสน. จะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลภายในระยะเวลาที่จำเป็นต่อการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของกิจกรรม รวมถึงการดำเนินงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องและมีความจำเป็น เช่น การปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมาย หรือการดำเนินการที่เกี่ยวข้องตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒

เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว สสน. จะดำเนินการ ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ เว้นแต่กรณีที่กฎหมายหรือข้อบังคับอื่น กำหนดให้ต้องเก็บรักษาข้อมูลไว้เป็นระยะเวลานานกว่านั้น

     ๑๐. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.  ๒๕๖๒ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิ ดังต่อไปนี้

๑๐.๑ สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม  ในกรณีที่  สสน.  ขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล

ส่วนบุคคล เพื่อประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

๑๐.๒ สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล โดยเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถขอรับสำเนา ข้อมูลส่วนบุคคลของตน และตรวจสอบว่า สสน. ได้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายหรือไม่

๑๐.๓ สิทธิในการโอนข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่ สสน. ได้จัดให้มีแพลตฟอร์มซึ่งทำให้เจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลด้วยวิธีการอัตโนมัติ

๑๐.๔ สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล โดยเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล สามารถคัดค้านในกรณีที่ สสน.ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามฐานการประมวลผล และ/หรือวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

    • ตามฐานภารกิจของรัฐ หรือฐานประโยชน์อันชอบธรรม
    • เพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ เว้นแต่เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของ สสน.

๑๐.๕    สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล โดยเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ ในกรณีดังต่อไปนี้

  • เมื่อหมดความจำเป็นในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
  • เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และ สสน. ไม่มีฐานการประมวลผลตามกฎหมายที่จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นได้ต่อไป
  • เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
  • เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ถูกประมวลผลโดยไม่ชอบด้วย
  • กฎหมาย

๑๐.๖    สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล โดยเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถขอให้

  • ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลได้ ในกรณีดังต่อไปนี้
  • เมื่ออยู่ในระหว่างการตรวจสอบตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลขอให้แก้ไขข้อมูลส่วน
  • บุคคล
  • เมื่อเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องลบหรือทำลาย แต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลขอให้
  • ระงับการใช้แทน
  • เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์
  • แต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีความจำเป็นต้องขอให้เก็บรักษาไว้เพื่อใช้ในการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้อง
    ตามกฎหมาย
  • เมื่ออยู่ในระหว่างการพิสูจน์หรือตรวจสอบตามคำขอใช้สิทธิในการคัดค้านของเจ้าของข้อมูล
    ส่วนบุคคล

๑๐.๗ สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลพบว่าข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ถูกต้อง ไม่สมบูรณ์ และไม่เป็นปัจจุบัน เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถขอแก้ไขข้อมูลของตนได้ เพื่อให้ ข้อมูลส่วนบุคคลถูกต้อง สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบันได้

ในกรณีที่ สสน. ไม่อาจดำเนินการตามคำร้องขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ เช่น ในกรณีที่อยู่ ระหว่างการดำเนินกระบวนการทางกฎหมาย การปฏิบัติตามคำสั่งศาล หรือข้อกำหนดทางกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ สสน. จะชี้แจงเหตุผลและข้อจำกัดดังกล่าวให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบตามความ เหมาะสม

อย่างไรก็ดี ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมในการประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคลไว้ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถถอนความยินยอมดังกล่าวได้ทุกเมื่อ โดยการติดต่อไปยัง ส่วนงานที่เกี่ยวข้องตามช่องทางที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ สสน. จะดำเนินการยุติการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ดังกล่าวโดยเร็วที่สุดหลังจากได้รับคำร้องขอถอนความยินยอม

การถอนความยินยอมดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น หลังจากการถอนความยินยอมเท่านั้น และจะไม่มีผลเป็นการยกเลิกหรือเพิกถอนการประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคลที่ได้ดำเนินการไปก่อนหน้านั้นโดยชอบด้วยกฎหมาย

อนึ่ง สสน. จะดำเนินการบันทึกรายการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคำร้องขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลไว้ เพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหาและติดตามการดำเนินการที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสม

ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีความประสงค์จะใช้สิทธิตามที่ระบุไว้ หรือมีข้อร้องเรียน เกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ สสน. ตาม รายละเอียดที่แจ้งไว้

ทั้งนี้ สสน. จะดำเนินการพิจารณาคำร้องของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยเร็วที่สุด และให้เป็นไป ตามที่กฎหมายกำหนด กรณีที่ สสน. มีความจำเป็นต้องปฏิเสธไม่ดำเนินการตามคำร้องขอของเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลยังมีสิทธิตามกฎหมายในการยื่นเร่ืองร้องเรียนเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผ่านทางอีเมล saraban@pdpc.or.th โดยจัดทำคำร้องเรียนตามแบบคำร้องที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ประกาศกำหนด

     ๑๑. การทบทวนและปรับปรุงประกาศความเป็นส่วนตัว

สสน. ขอสงวนสิทธิในการทบทวนและปรับปรุงประกาศความเป็นส่วนตัวนี้ตามที่เห็นสมควร ทั้งนี้ สสน. จะดำเนินการแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงการเปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงประกาศความ เป็นส่วนตัวฉบับนี้ผ่านช่องทางการสื่อสารที่เหมาะสมต่อไป

     ๑๒. ช่องทางการติดต่อประสานงาน

 

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน)

๙๐๑ ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์: ๐ ๒๑๕๘ ๐๙๐๑ ต่อ ๕๐๒๖

อีเมล: td-dev@hii.or.th

 

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

งานนิติการ

สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน)

๙๐๑ ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

โทรศัพท์: ๐ ๒๑๕๘ ๐๙๐๑ ต่อ ๓๐๔๒ , ๓๐๔๓

อีเมล: legal@hii.or.th